June Write แหล่ดาวลูกไก่
posted on 14 Jun 2009 00:10 by buriburi in --SeriesLife--, --StorY--, Art-on-Tablet
(ต่อจากตอนที่แล้วนะคะ ^^" พอดียังไม่ได้ปิดเล่มรายงาน
ได้ข้อมูลเพิ่มมาด้วย (เย้ๆ) มาต่อเลยดีกว่า แหะๆ)
บันทึก
วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2552
____________________________
เมื่อคืนนี้ เสิร์ชหาข้อมูลอื่นๆไปเรื่อย ก็ได้พบกับแหล่เพลงดาวลูกไก่ค่ะ จำได้ว่าที่บ้านมีเป็นเทปอยู่เหมือนกันนะ แต่ไม่กล้าเอามาเปิด ๕๕+ ทำไมน่ะเหรอคะ ก็กลัวมันยืดหมดน่ะสิ ตอนนี้เทปที่บ้านก็กลายเป็นโบราณวัตถุหมดแล้วค่ะ อย่างว่าล่ะค่ะ พอเลิกใช้ ก็คงไม่ได้หันไปมอง จนกว่าจะอยากใช้จริงๆ (สายไปซะแล้ว) /ฮา
พอได้ฟังแล้วก็นึกถึงสมัยเด็กๆค่ะ ตอนที่คุณแม่เปิดร้านที่เมืองไทยแล้วโยนหนูไปไว้ชั้นบน (ฮ่าๆ) เปิดไว้ให้นอนฟังไปเรื่อย จะว่าไปตอนนั้นคงยังไม่ค่อยเข้าใจกระมัง เลยมักจะผลอยหลับไปได้ง่ายๆ แต่จะสนุกกับนิทานที่คุณแม่เล่าให้ฟังมากกว่า ถึงกับเคยนอนร้องไห้(ตามที่เล่าในเอนทรี่ก่อน)มาแล้ว :D
นำเนื้อแหล่มาจากเวบไซต์นี้
http://www.phrapiyaroj.com/dhammusic/
ถ้าไม่อยากโหลดไฟล์สามารถเปิดฟังเวบนี้ค่ะ ↓
ตอนที่1
ตอนที่2
โดย พร ภิรมย์ ภาคหนึ่ง
โอ้ชีวิตคิดไฉน.............................ใครหนอใครลิขิต
ปกาศิตของศิวะ...........................หรือของพระพรหมเจ้า
บ้างกำเนิดเกิดมา........................พอลืมตามองโลก
บ้างมีโชคบ้างอับโชค...................มีสุขโศกปนเศร้า
แต่จอมนราพิสุทธ๋........................ท่านสอนพุทธบริษัท
เป็นธรรมะปรมาศ.......................อ้างถึงอำนาจกรรมเก่า
ว่ากุศลาธรรมา...........................มนุษย์เกิดมามีสุข
อกุศลาพาให้ทุกข.......................ดังไฟที่ลุกรุมเร้า
บ้างกึ่งดีกึ่งชั่ว...........................เพราะตัวของตัวมัววุ่น
สร้างทั้งบุญทั้งบาป.....................เหมือนดำที่ฉาบด้วยขาว
ผมมิใช่บัณฑิต...........................อันมีจิตเสน่หา
ที่จะเป็นนาคเทศนา...................มาเจรจายั่วเย้า
จึงตั้งศรัทธาสาทก.....................เรื่องยาจกยากจน
มีตากับยายสองคน....................ปลูกบ้านอยู่บนเชิงเขา
แกเลี้ยงแม่ไก่อ.........................มีลูกอยู่เจ็ดตัว
เช้าก็ออกไปริมรั้ว....................จิกกินเม็ดถั่วเม็ดข้าว
เวลามีเหยี่ยวเฉี่ยวโฉบ.............ซิแม่ก็โอบปีกอุ้ม
กางสองปีกออกคลุม.................พาลูกทั้งกลุ่มเข้าเล้า
แม่ไก่จะปลอบขวัญลูก..............เสียงกรุ๊กกรุ๊กปลุกขวัญ
ลูกตอบเจี๊ยบๆเสียงลั่น.............ทั้งๆที่ขวัญเขย่า
แล้วเขี่ยข้าวออกเผื่อ................ต่างคุ้ยเหยื่อออกให้
ลูกไก่แม่ไก่ไร้ทุกข์ .................สิไม่มีสุขใดเท่า
ถึงคราวจะสิ้นชีวิต...................เมื่อใกล้อาทิตย์อัศดง
มีภิกษุหนึ่งองค์........................เดินออกจากดงชายเขา
ธุดงค์เดียวด้นดั้น....................เห็นสายันห์สมัย
หยุดกางกลดพลันทันใด...........หลังบ้านตายายผู้เฒ่า
อยากรู้เรื่องต่อก็ต้อง................เปิดหน้าสองฟังเอา
เพลงแหล่ ดาวลูกไก่
โดย พร ภิรมย์ ภาคสอง
พระธุดงค์ปลงกรด..................ตะวันก็หมดแสงส่อง
อาศัยโคมทองจันทรา...............ลอยขึ้นมายอดเขา
ฝ่ายว่าสองยายตา....................เกิดศรัทธาสงสาร
พระผู้ภิกขาจาร......................ต้องขาดอาหารมื้อเช้า
...ดงกันดารย่านนี้...................รึก็ไม่มีบ้านอื่น
ข้าวจะกล้ำน้ำจะกลืน...............จะมีใครยื่นให้เล่า
พวกฟักแฟงแตงกวา...............ของเราก็มาตายหมด
นึกสงสารพระจะอด................ทั้งสองกำศรตโศรกเศร้า
สักครู่หนึ่งตาจึงเอ่ย.................นี่หนายายเอยตอนแจ้ง
ต้องเชือดแม่ไก่แล้วแกง..........ฝ่ายยายไม่แย้งตาเฒ่า
ส่วนแม่ไก่ได้ยิน.....................น้ำตารินหลั่งไหล
ครั้นจะรีบหนีไป....................คงต้องตายเปล่าเปล่า
อ้าปากออกบอกลูก................แม่ต้องถูกตาเชือด
คอยดูเลือดแม่ไหล................พรุ่งนี้ต้องตายจากเจ้า
มาเถิดลูกมาซุกอก................ให้แม่ได้กกก่อนตาย
แม่ขอกกเป็นครั้งสุดท้าย........แล้วแม่ต้องตายตอนเช้า
อย่าทะเลาะเบาะแว้ง...............อย่าขัดแย้งเหยียดหยัน
จงรู้จักรักกัน.........................อย่าผลุนผลันสับเพร่า
เจ้าตัวใหญ่สายสวาท..............อย่าเกรี้ยวกราดน้องๆ
จงปกครองดูแล.....................ให้เหมือนดังแม่เลี้ยงเจ้า
น่าสงสารแม่ไก่......................น้ำตาไหลสอนลูก
เช้าก็ถูกตาเชือด...................ต้องหลั่งเลือดนองเล้า
ส่วนลูกไก่ทั้งเจ็ด...................เหมือนถูกเด็ดดวงใจ
จึงพากันโดดเข้ากองไฟ.........ตายตามแม่ไก่ดังกล่าว
ด้วยอานิสงส์ใจประเสริฐ.........ลูกไก่ไปเกิดเป็นดาว
อา...
นอกจากนี้ น้องภูมิยังแนะนำเรื่องราวตำนานของกลุ่มดาวSeven sistersนี้ ของทางกรีกด้วยค่ะ
(ขอเรียบเรียงนิดหน่อยด้วยนะคะ ^^")
"ไพลอาดีสที่แปลว่า นกเขา เป็นเจ็ดสาวพี่น้อง ลูก
ของAtlas(คนแบกโลก) และPleione ตามตำนานว่า Pleione พาลูกไปเที่ยว
(เพราะสามีคือผู้ที่ถูกสาปให้ไปแบกของหนักอยู่จึงไปด้วยไม่ได้)
ไปเจอนายพรานโอไรอัน ต่อมาโอไรอันเกิดหลงรักคุณแม่ลูกเจ็ดเข้า
ก็เที่ยวตามตื๊อ ทั้งคุณแม่คุณลูกก็หนีกันหัวซุกหัวซุน
เทพซุสเกิดสงสารจึงแปลงกายพวกนางให้เป็น นกเขาเหินฟ้าไปเกิดเป็นดาว
เกาะหลังวัวทอรัส(กลุ่มดาววัว) แต่แล้วโอไรอันก็ยังตามมา
จึงเกิดการสู้กับวัวอยู่บนฟ้า โดยมีกลุ่มนกเขาเจ็ดตัวเกาะบ่าวัวอยู่"
"ถ้ามองด้วยตาเปล่าอาจจะเห็นแค่หกดวง บางตำนานก็ว่าเพราะนางหนึ่งคือMerope(ลูกคนเล็ก)ไม่
รักดี แทนที่จะไปเป็นเมียเทพเจ้าซุส(ซึ่งก็มีเมียนับไม่ถ้วนอยู่แล้ว)
กลับไปแต่งงานกับมนุษย์เดินดินให้เป็นที่ขายหน้าของพ่อแม่
เลยต้องหลบลี้หนีหน้ามนุษย์ ปล่อยให้พี่ๆที่ได้ดิบได้ดีเป็นนางบำเรอของซุส
มาอวดโฉมบนฟ้าอยู่หกคน"
แต๊งกิ้วข้อมูลจากหมูภูมิ เอ้ยน้องภูมิอีกทีเน้อ :D
เรียบเรียงอีกนิด เตรียมปรินท์ส่งแล้วเย้ ![]()
...บุญรักษาก๊าบ...




![[ i ]Rin'sWorld](http://buriburi.exteen.com/images/ban/ban2/bantop2.png)















![ผลงานและการ์ตูนของ[ i ]Rin](http://www.yimsiam.com/cgi-bin/data/buriburi/pic/0000085.gif)

(นึกถึงสมัยเรียน= =)
#1 By Variety-Phet on 2009-06-14 00:30