...ยิ้มบำบัด...
posted on 17 May 2008 22:05 by buriburi in --StorY--, Art-on-Dinsor
ก่อนเข้าเรื่อง จะขอเล่าก่อนน่ะค่ะ
เมื่อเดือนก่อนหนูบังเอิญดูรายการช่วงเช้าอยู่สักครู่ แล้วมีรายการสั้นคั่นเวลา
มีพี่คนสวยกว่าหนู(เป็นดาราหรือไรไม่ทราบ)อยู่คนหนึ่ง ออกมาแนะนำ "การยิ้ม" ให้ผู้ชมดู
(วงเล็บคือความในใจหนูเองนะ)
แล้วพี่คนสวยคนนี้ก็ ยิ้มน่ารักมากเลยค่ะ "วิธีการยิ้มนะคะ..ให้ฉีกยิ้มกว้างๆ (แนะนำว่าลองฝึกตอนอยู่คนเดียวดีกว่า) โดยที่โหนกแก้มเผยอขึ้น..จนสังเกตุเห็นรอยขีดหลังตา (ตีนกาๆ) มีผลการวิจัยว่ายิ้มอย่างนี้จะช่วยกระตุ้นสมองให้หลั่งสาร เอ็นโดรฟิน ออกมา (เป็นสารความสุขอะไรสักอย่าง ซึ่งไม่เกี่ยวกับนักร้องแต่อย่างใด) การยิ้มจะช่วยส่งผลทำให้คนเราอายุยืนขึ้น....บลาๆๆๆ..." (เอ..สิ่งที่เจ๊คนนี้พูดคุ้นๆอยู่นะ)
ใช่แล้ว ในตอนนั้นเองหนูก็นึกขึ้นได้ว่า คล้ายๆกับบทความในหนังสือเล่มโปรดของหนูเลย
Psy-Q เชิงอรรถจิตวิทยา(พิมพ์ครั้งที่2)
"ยิ้มบำบัด"
ยิ้มบำบัด ( smile theraphy ) เป็นกระบวนการบำบัดทางจิตใจอย่างหนึ่งโดยอาศัยการยิ้มเป็นกิจกรรมสำคัญ '_')d กล่าวคือ เชื่อว่าการยิ้มนั้นจะทำให้อารมณ์ดี แจ่มใส เบิกบาน ในขณะที่มีอารมณ์โศกเศร้าขุ่นมัว หากยิ้ม(หรือแม้แต่ฝืนยิ้ม)อารมณ์ก็จะค่อยๆดีขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะกล้ามเนื้อของใบหน้าที่เรียกว่า ไซโกมาติก (Zygomatic) นั้นสัมพันธ์กับการยิ้มและความรู้สึกมากที่สุด
กล้ามเนื้อนี้เมื่อเคลื่อนไหว จะเป็นต้นเหตุโดยตรงให้เลือดไหลเวียนในสมองได้ดีขึ้น เส้นเลือดใหญ่ขึ้นเต็มเต่งด้วยน้ำโลหิต (....อา เลือด)
ใช่แล้ว ตรงนี้นี่เองที่จุดประกายความสดใสและทำให้รู้สึกเป็นสุขขึ้นมา .
. (คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย)*-*
ขออธิบายเพิ่มเติมหน่อยนะคะ..
เมื่อเรา ยิ้มเล็ก หรือ ยิ้มใหญ่ ( คึคึ..) นั่นก็เท่ากับว่าเราได้สร้างความสุขให้ตัวเองแล้ว เพราะว่าทั้งนี้ช่วยให้มีการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ( อ่ะแน่นอน )
เวลาเรายิ้มใหญ่ ก็ดีนะ..เหมือนร่างกายได้อาบออกซิเจน (Oxygen bath) ทั่วร่าง ทั้งเซลล์ และเนื้อเยื่อต่างๆก็ได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่และส่งอารมณ์ให้ถึงระดับ ชื่นมื่นเชียว (ท่าทางจะมีความสุขจริงๆ)
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเลือดในร่างกายมีความบกพร่อง ผอมบาง เลือดก็จะกลับสู่สภาพขาดออกซิเจน(dysoxygenation) และปอดก็จะต้องทำงานหนักมาก เกิดความรู้สึกเศร้าหมอง วิตกกังวล หากความเศร้าหมองเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ก็จะปรากฎรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าขึ้น(นั่นไง ตีนกามาแล้ว) ...คงไม่มีใครอยากให้มีอย่างนั้น..ใช่มั้ย
นักวิจัยวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ให้ความสำคัญกับเลือดดี (Oxygeneted blood) ที่เลี้ยงสมองเป็นพิเศษ เพราะสมองจะทำงานเป็นปกติ และคนเราก็จะไม่เจ็บไข้ (แข็งแฮง)
มีกลุ่มโรคอาการทางจิตอยู่ 2-3ชนิด ที่อาศัยยิ้มบำบัด
ชนิดแรก ไซโคโซมาติก (Psychosomatic Disorders เป็นความไม่สบา่ยกาย เนื่องจาก ความไม่สบายใจ) ก็อย่างเช่น การปวดเมื่อยร่างกาย ปัญหาทางระบบกล้ามเนื้อ ไหล่ และหลัง เพราะความรู้สึกในการแบกภาระหน้าที่ เช่น พี่นักศึกษาที่อยู่ระหว่างการทำวิทยานิพนธ์ (เหนื่อยมั้ยพี่ T_Tv สู้เค้านะ) เป็นต้น
ชนิดสอง พวกที่มีอารมณ์โศกเศร้า และชนิดสาม ผู้ที่มีความวิตกกังวลหวาดหวั่น ผู้ป่วยเหล่านี้จะถูกนำเข้ากระบวนการยิ้มบำบัด โดยสอนให้ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้า (Facicals muscles) โดยฝึกยิ้มและหัวเราะในปริมาณที่ให้ความสุขเข้ามาแทนที่ความทุกข์ทีล่ะน้อยๆ
(คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย)
การควบคุมการยิ้ม-หัวเราะนั้น จะเพิ่มกา่รไหลเวียนของเลือดในสมอง ทำให้การเคลื่อนตัวของกระแสประสาท (Neurotransmisters) ดีขึ้น การทำงานของสมองดีขึ้น และนำไปสู่ความสุขสดใสในที่สุด แล้วปริมาณการยิ้มควรจะเป็นเช่นไร จึงจะเรียกได้ว่ามีความสุข ?
ต้องกล่้าวว่าความสุขของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน
นักยิ้มบำบัด หรือ สไมล์เธอราปิส (Smile Therapist) จะบอกได้ แต่ยังไงก็ตามคุณก็สามารถฝึกเองได้ด้วยเช่นกัน (ถ้าพยายาม)
คุณอาจจะเริ่มจากยิ้มเล็กๆ(ที่น่ารัก)อย่างโมนาลิซ่า
หรือยิ้มใหญ่ๆอย่าง คำรณ หว่างหวังศรี (คือใครเหรอคะ = =')
ในที่สุดก็จะพบว่า ความเหมาะสม อยู่ที่ไหน ..(นั่นน่ะสิ อยู่ที่ไหนนะ)
----------------------------------------
ภาพประกอบ : เวอร์ชั่นใหญ่ ( จริงๆแล้ว2คนนั่นมาจากแผ่นเดียวกันนะเอ้อ..)
เนื้อหา/บทความ : หนังสือ Psy-Q เชิงอรรถจิตวิทยา
ผู้เขียน : กิติกร มีทรัพย์ - ส. สีมา
ภาพประกอบ : [ i ]Rin หนูเองแหละ 55+ (นั่งวาดตอนเรียนฟิสิกส์อีกแล้ว)
เอนทรี่นี้ สาระ ไม่มากก็น้อย..
ถ้าอ่านกันจนจบก็คงดี.. แต่ไม่จบก็ไม่เป็นไรค่ะ พอจะเข้าใจกับบางเอนทรี่ที่ยาวเกินการอ่าน
หนูเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่นานๆที จะอ่านอะไรยาวๆได้ แต่ก็ขอบคุณที่เลื่อนลงมาจนจบ (= ='
พอได้พิพม์อะไรยาวๆแบบนี้แล้ว ก็...อยากจะบอกว่า เหนื่อยเหมือนกัน
บล๊อก หรือ เวบไหนที่เนื้อความยาวๆ ไม่ใช่ว่าหนูไม่อ่านนะคะ จริงๆแล้วหนูก็อ่าน แต่คงใช้เวลามากกว่าคนอื่นสักนิดหน่อยมากหน่อยนะ
หนูกำลังพยายามค่ะ
---------------------------------------------------
ภาพประกอบคราวนี้วาดเองค่ะ '__' )d ลองเปลี่ยนลายเส้นดูด้วยล่ะ
ให้ชื่อว่า สาวยิ้มแฉ่งกับพ่อหนุ่มชวนจิ้น (เห้ย) ตามนั้นแหละค่ะ 555+(จริงๆ)



![[ i ]Rin'sWorld](http://buriburi.exteen.com/images/ban/ban2/bantop2.png)















![ผลงานและการ์ตูนของ[ i ]Rin](http://www.yimsiam.com/cgi-bin/data/buriburi/pic/0000085.gif)


แทบจำลายเส้นไม่ได้เลยแฮะ
ลายเส้นนี้สวยดีนะ
#1 By Eddy on 2008-05-17 22:17